posted on 29 Jun 2009 22:08 by 130607
เค้าว่ากันว่า......
ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ....
การตกหลุมรักใครสักคน
การได้จูบครั้งแรก
การได้หัวเราะจนท้องแข็ง
การได้นั่งอ่านจดหมายเก่าในวันว่าง
การได้ใช้เวลาว่างในที่ๆ แสนงดงาม
การได้ฟังเพลงที่ชอบทางวิทยุ
การได้นอนฟังเสียงฝนตก
เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้วเจอผ้าเช็ดตัวอุ่น
การสอบเสร็จ
การได้รับโทรศัพท์จากใครสักคนที่ไม่ได้พบเจอเขาบ่อยยนัก
การเจอเงินที่เราซ่อนไว้ตั้งนานมาแล้ว
การได้ยิ้มกับใครสักคน
การได้คุยโทรศัพท์ได้เป็นชั่วโมงกับคนรัก
การที่ได้รับข้อความหวานๆก่อนนอน
การยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล
การถูกชมอย่างกะทันหัน
การตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักได้ว่ามันน่าจะนอนต่อได้อีก ตั้งชั่วโมงแน่ะ
การได้ฟังเพลงที่ทำให้เรานึกถึงคนพิเศษของเรา
การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม
การมีเพื่อนใหม่
การที่รู้สึกเหมือนผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้องคุณเวลาคุณเ จอหน้าเค้าคนนั้น
การผ่านช่วงเวลานึงไปได้พร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุด ของคุณ
การได้เห็นคนที่คุณชอบมีความสุข
การได้ใส่เสื้อของคนที่เราชอบทั้งๆ ที่กลิ่นหอมของเค้ายังกรุ่นอยู่
การได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีอะ ไรเปลี่ยนไปเลย
การได้มองท้องฟ้ายามโพล้เพล้
การได้ยินใครสักคนบอกรักคุณ
ที่สุดคือ…การได้รู้ว่าเราเป็นที่รักของคนที่เรารัก
แค่นี้ก็เรียกว่า "รัก" แล้ว
posted on 29 May 2009 05:57 by 130607
เริ่มตั้งแต่วันที่ 13/06/07 วันนั้นมารักแรกของเฟิร์นได้เกิดขึ้น ยังจำได้ดี ตรงกับวันพุธเวลา ราวๆประมาณ 3ทุ่มวันนั้นอาจเป็นความบังเอิญและความตั้งใจ ของเฟิร์นที่ทำให้ได้คุยกับ ต้น. ตั้งแต่กลับมาจาก อังกฤษ ได้ประมาณปีกว่าๆเอง ก่อนหน้านั้นเฟิร์นไม่เคยมีความรักเลย หรือ จากใครคนไหนเลยจนได้มาพบกับต้นเอง ตอนที่กำลังเปิดเทอมใหม่ ขึ้น ม.สามเอง ไม่รู้ว่าตอนนั้นเกิดความรู้สึกอะไร ขึ้นมานึกอยากจะมีความรักกะเขาขึ้นมาในช่วงนั้น นั้นแหละคือเหตุที่ได้คุยกัน ตอนแรกๆเราไม่ค่อยรู้สึกอะไรมากนักเลย เพราะไม่คาดคิดว่าจะเจออย่างนี้ แปลกๆนะอยู่ดีเราก็นึกอยากคุยโทรศัพท์ขึ้นมา ในช่วงนั้นบังเอิญพอดี ป้าเราไม่อยู่บ้านก็เลยถือโอกาสตอนนั้น รู้มั้ยเสี่ยงน่าดูเลยล่ะ แต่มันก็คุ้มนิที่ได้คุยกันยังไงก็ยอมอยู้แล้ว อิอิ
กว่าจะมาเป็นความรักและความผูกพันได้เนี้ย อยากมากเลยและอุปสรรค์ขัดขวางเยอะมากๆเลยแต่ มันก็ผ่านมาได้แล้วนิจนมาถึงทุกๆวันนี้ ก็เหมือนเดิมห่างไกลกันยิ่งไกลมาก กว่าเดิมอีกแต่ก่อนอยู่ อุบลไม่เท่าไหร่นะ แต่พอมาอยู่ที่อังกฤษ นิสิยิ่งไกลเข้าไปใหญ่เลยแหละ แต่ว่าความห่างไกลเนี้ยมันก็ไม่ใข่ปัญหาเลย ก็มีบ้างนะคือไม่ค่อยได้คุยกันเหมือนเดิม หมายถึงบ่อยครั้ง อ่ะ แต่ก็คุยกันเป็นช่วงเวลายังไงก็เหมือนเดิมแหละ คนรักกันนี่หน่า
เฟิร์นรู้สึกและประทับใจ ต้นตรงที่เค้ายังอุส่าจำวันเกิดเฟิร์นได้ หลังจากที่เฟิร์นมาที่อังกฤษแล้ว ก็ไม่คิดว่าจะใส่ใจอะไรเรามากนักจน ปีที่ครบรอบวันเกิดอายุ 18 ปี ค.ศ. 2008 ซึ่งปีที่ผ่านมานี่เองแหละ ต้น ส่งของขัวญมาให้เฟิร์นถึงที่นี่เลย (อังกฤษ) ไม่เคยคิดเลยว่าเค้าจะอะไรส่งมาให้ถึงที่นี่ ถือว่าไกลมากๆเลยนะ ถึงอังกฤษเนี้ย รู้สึกประทับใจมากๆเลย มากที่สุดในชีวิตเลยแหละจริงๆนะ ว่าไม่เคยมีใครทำอะไรให้เฟิร์น ขนาดนี้มาก่อนเลย ดีใจมากๆ และตรงนี้มันทำให้เฟิร์นรู้สึกได้ว่าเค้ารักเราจริงๆเข้าแล้วล่ะ ปลื้มจนบอกไม่ถูกเลยแหละ เฮ้อ เชื่อแล้วว่า ต้นแคร์เฟิร์นขนาดไหน ตอนนี้เราคบกันจนจะ 2 ปีแล้วแหละใกล้เข้ามาแล้วเดือนหน้านี้เองวันที่ 13 มิถุนาที่จะถึงนี้แล้ว ต้นเป็นคนที่เฟิร์นรักมากๆเลย มากมากๆๆๆๆๆที่สุด มากมายก่ายกองนับไม่ได้เกินจะบรรยาย เรารักกันมากเลยแต่ทำไมเราต้องอยู่ห่างกันด้วยก็ไม่รู้ คือที่เป็นนี้เราไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแต่ฟ้ากำหนด ว่างั้ีน ถึงแม้ว่าวันนี้ตอนนี้เราไม่ได้เจอกันความรัก ความผูกพัน ยังอยู่เหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม แปลกตรงที่เราไม่เคยเจอกันพบกันมาก่อนเลย แล้วเรามารักกันได้ไง ความรักเกิดขึ้นได้ไงเมื่อสองคนไม่เคยเจอกัน แต่ตอนนี้เกิดขึ้นแล้วถึงแม้เราไม่เคยพบกันแต่เราก็รักกัน และก็รักกันมากๆด้วย จนล้นเอ่อเลยอิอิ รักมากกว่าคนที่เขาได้พบเจอกันชะอีก ก็เลยหวานชะ
ความรักครั้งนี้มันชั่งทรมานเหลือเกิน ตรงที่เราห่างไกลกันนี่แหละยิ่งไกลก็ยิ่งรัก ยิ่งห้ามก็ เหมือนยิ่งยุยิ่งรัก ก็ยิ่งคิดถึง แปลกตรงที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน เลยแต่กลับคิดถึงมากมายขึ้นมาอย่างนี้ บอกได้เลยคำเดียวว่า รักเธอจิงๆเข้าแล้ววันนี้ รักนี้หัวใจเราจอง
คุยชะหวานเลย เรา(5555)
edit @ 27 Jun 2009 00:05:12 by Anniversary